ตร.แถลงแค่เข้าใจผิด ปมโคเคนรักษาฟัน รอชี้ชัดสารที่พบในตัว‘บอส อยู่วิทยา’

ตร.แถลงแค่เข้าใจผิด ปมโคเคนรักษาฟัน รอชี้ชัดสารที่พบในตัว‘บอส อยู่วิทยา’ ถ้ามีหลักฐานยืนยันสารทั้ง 2 ตัวเป็นสารเสพติด เตรียมเสนอแจ้งข้อหาเพิ่ม

วันที่ 31 ก.ค. พล.ต.อ.ศตวรรษ หิรัญบูรณะ ที่ปรึกษาพิเศษสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในฐานะหัวหน้าคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงคดีบอส อยู่วิทยา แถลงว่า ได้เชิญตำรวจที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการทำสำนวนคดีมาซักถามเกี่ยวกับการทำสำนวนคดี เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงตามกรอบที่วางไว้ 3 แนวทางคือ การสอบสวนและความเห็นชั้นพนักงานสอบสวน การสอบสวนเพิ่มเติมตามความเห็นของอัยการ และตรวจสอบการใช้ดุลยพินิจว่าชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เพื่อพิจารณาว่าการสอบสวนที่ผ่านมา ทำไปถูกต้องตามระเบียบหรือไม่ หรือมีความขาดตกบกพร่องอย่างไร นอกจากนี้ยังเชิญตัวแทนจากทันตแพทยสภามาซักถามข้อมูลเกี่ยวกับการใช้โคเคนในการรักษาฟัน

พล.ต.อ.ศตวรรษ กล่าวต่อว่า กรณีเกี่ยวกับการใช้สารโคเคนรักษาฟัน จากผลตรวจร่างกายนายบอส แพทย์ยืนยันว่าพบสารแปลกปลอมในร่างกาย 4 ชนิด ในจำนวนนี้มี 2 ชนิด คือ อัลปราโซแลมที่เป็นวัตถุออกออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท ส่วนสาร เบนโซอิลเอคโกนีน และ โคเคนเอธทีลีนที่พบในร่างกายไม่จัดเป็นยาเสพติด แต่เป็นเมตาบอไลต์ที่เกิดขึ้นในร่างกาย ตัวสุดท้ายที่พบคือ กาเฟอีน ไม่จัดเป็นยาเสพติดให้โทษ

นอกจากนี้ทันตแพทย์ที่ให้การรักษานายบอส ยืนยันว่าไม่ได้ให้ยาที่เกี่ยวข้องกับสารเสพติด เพียงแค่ให้ยาาปฏิชีวนะเท่านั้น ซึ่งหลังจากนี้เจ้าหน้าที่ต้องตรวจสอบให้ชัดเจนอีกครั้งว่าสารที่พบเกิดจากการเสพโคเคนร่วมกับแอลกอฮอล์ หรือเกิดจากปฏิกิริยาของยาปฎิชีวนะ ถ้ามีหลักฐานยืนยันชัดเจนว่าสารทั้ง 2 ตัวเป็นสารเสพติด คณะทำงานต้องพิจารณาเสนอให้พนักงานสอบสวนแจ้งข้อหาเพิ่มต่อไป

ส่วนที่มีการนำเรื่องนี้ไปชี้แจงกับคณะกรรมาธิการชุดใหญ่และเปิดเผยข้อมูลว่า สารโคเคนดังกล่าวเกิดจากการรักษาฟันนั้น เชื่อว่าเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน

พล.ต.อ.ศตวรรษ เปิดเผยอีกว่า ส่วนกรณีพยาน 2 คนที่มาให้การเพิ่มเติมในปี 2562 ทั้งคู่เป็นพยานเดิมที่เคยให้การไปแล้ว คนแรกคือ นายจารุชาติ มาดทอง เคยให้การเมื่อปี 2555 ขณะนั้นมาให้ปากคำกับตำรวจเองหลังทราบข่าว โดยมีคำให้การตั้งแต่แรก แต่ครั้งนั้นไม่ได้ให้การเกี่ยวกับความเร็ว โดยประเด็นที่เกี่ยวข้องกับความเร็วนั้น เป็นการสอบเพิ่มเติมตามคำสั่งของอัยการที่มีคำสังให้สอบเพิ่มเติม

ขณะที่พยานอีกคนคือ พล.อ.ท.จักรกฤช ถนอมกุลบุตร ที่ให้การแล้วเมื่อปี 2558 เป็นการสอบปากคำหลังพนักงานสอบสวนสั่งฟ้องนายบอส กรณีขับรถโดยประมาทไปแล้ว ส่วนประเด็นการเสียชีวิตของนายจารุชาตินั้น ไม่ส่งผลต่อการพิจารณาของคณะกรรมการชุดนี้ เพราะคณะทำงานจะตรวจสอบรายละเอียดในส่วนสำนวนคดีเก่าเท่านั้น ไม่ได้สอบสวนในประเด็นใหม่เพิ่มเติม โดยชายคนดังกล่าวจะเป็นคนเดียวกับพยานในคดีและเสียชีวิตจากอุบัติเหตุหรือมีความผิดปกติใดหรือไม่ เป็นหน้าที่ของตำรวจเชียงใหม่ตรวจสอบข้อเท็จจริง

อ่านเนื้อหาต่อ คลิก

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *