ดวงดาวเรียงกัน ในรอบหลายร้อยปี อากาศแปรปรวน โลกเปลี่ยน ระวังภัยพิบัติ

หรือปีนี้โลกจะเผชิญกับภัยพิบัติใหญ่ ไม่รวมถึงเชื้อไวรัสโควิด-19 กำลังระบาดไปทั่วโลก จนมวลมนุษย์เจ็บป่วยล้มตายจำนวนมาก และล่าสุดดาวหางนีโอไวส์ ได้โผล่เข้ามาใกล้โลกมากที่สุด ในช่วงเวลาไล่เลี่ยกับดาวเคราะห์น้อย “2020ND” ขนาดใหญ่ความสูง 170 เมตร กำลังเคลื่อนที่เฉียดโลกเรา ในวันที่ 24 ก.ค.นี้ คาดว่าจะพาดผ่านเมืองไทยในเวลาหัวค่ำ หรือ 1 ทุ่ม

ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในจักรวาล จะส่งผลกระทบอย่างไรต่อโลกหรือไม่นั้น “ดร.ก้องภพ อยู่เย็น” ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยพัฒนานวัตกรรมทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งอนาคต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในฐานะผู้ศึกษาปรากฏการณ์ดาวเรียงตัว กล่าวกับ “ทีมข่าวเจาะประเด็นไทยรัฐออนไลน์” ว่า ในช่วงปีนี้โดยความเห็นส่วนตัวเรียกได้ว่าวิกฤติจริงๆ จากหลายๆ เรื่องที่เกิดขึ้นในโลกมาตั้งแต่ต้นปี เริ่มจากเกิดไฟไหม้ป่า และจากการศึกษาเรื่องราวในอดีตและประวัติศาสตร์ของโลก จะพบว่าเหตุการณ์ต่างๆ เกิดพร้อมๆ กันรวมทั้งภัยพิบัติ และปีนี้เกิดปรากฏการณ์ดาวเรียงตัวมากที่สุดในรอบหลายร้อยปี โดยดาวต่างๆ ได้เรียงตัวกันเป็นแถวตั้งแต่ดาวพฤหัส ดาวเสาร์ ดาวอังคาร ดาวศุกร์ ดาวพุธ และโลก เป็นเส้นตรง ซึ่งตามทฤษฎีควอนตัม จะทำให้เกิดพลังงานนอกโลก ทั้งการโผล่มาของดาวหาง และอุกกาบาต หรือที่เรียกว่าดาวเคราะห์น้อย จะปรากฏให้เห็นชัดมากขึ้น

“ดาวหางที่โผล่มาเป็นจำนวนมาก ทำให้โลกร้อนมากกว่าเดิม มีโอกาสเกิดภัยพิบัติสูงมาก หากถามว่าจะเกิดช่วงไหน เพราะจากการคำนวณความเสี่ยงพบว่าจะเกิดในช่วง 21-23 ก.ค. อย่างวันที่ 23 ก.ค.นี้ และเมื่อวันที่ 22 ก.ค. เกิดแผ่นดินไหว ภูเขาไฟระเบิด และทั่วโลกเกิดความวุ่นวายจีนและสหรัฐฯทะเลาะกัน ประเทศไทยเกิดการชุมนุมประท้วง ล้วนแล้วเกิดจากอิทธิพลของดวงดาวมาตั้งแต่เดือนพ.ค.จนมาถึงเดือน ก.ค. ทำให้คนใจร้อนมากขึ้น หากมีสติปล่อยวางก็ไม่เกิดอะไรขึ้น”

อ่านเนื้อหาต่อ คลิก

affaliate-2

error: Content is protected !!