ครูยกกระเช้าขอโทษแล้ว ยอมรับหูเบา ด่าเด็ก ป.5

ผู้สื่อข่าวได้ติดต่อไปยังแม่ของเด็กหญิงวัย 10 ขวบ นักเรียนชั้น ป.5 ของโรงเรียนระดับประถมแห่งหนึ่ง ในอ.หล่มเก่า จ.เพชรบูรณ์ สอบถามถึงกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กโพสต์ระบุว่า “การที่คุณครูพูดกับนักเรียนแบบนี้มันถูกแล้วเหรอ เมื่อวานน้องเราเลิกเรียนกลับมา น้องร้องไห้บอกว่าไม่อยากไปโรงเรียน แม่เลยถามว่าเป็นอะไร น้องบอกว่า น้องเราเล่นถักเปียกับเพื่อนตอนพักเบรก แล้วตอนจะเข้าเรียนจึงบอกเพื่อนว่ามาแกะเปียช่วยหน่อยเดี๋ยวครูจะด่า แต่มีคนได้ยินผิดแล้วไปฟ้องครูว่าน้องเราพูดว่าเกลียดครู

หลังจากนั้นครูเรียกน้องเราไปด่าว่า น้องเราพยายามอธิบายให้ฟังว่าเป็นยังไง ครูกลับมาว่าเธอหยุดพูดไปเลยฉันไม่อยากฟังเธอ น้องเราจึงหนีไปนั่งร้องไห้ในห้องน้ำ พอกลับไปห้องเพื่อนห้องอื่นที่ได้ยินครูด่าน้องจึงมาล้อเยาะเย้ยน้องเราว่าปากหมา ตอนนี้น้องเราจิตใจย่ำแย่ไม่ยอมไปรร.อยากย้ายรร. ขอคำตอบจากครูด้วยค่ะว่าทำไมจึงพูดกับเด็กอายุแค่นี้แบบนี้ น้องยังไม่เข้มแข็งพอที่จะได้รับคำพูดจากครูแบบนี้และไม่ฟังเหตุผลเด็กเลย

ปล.แม่ได้ทำการประชุมสายกับเพื่อนน้องในห้องเรียนแล้วว่าน้องได้พูดแบบนั้นจริงไหม เพื่อนน้องบอกว่าไม่ได้พูดแบบนั้นค่ะ เพื่อนที่ไปฟ้องได้ยินผิด โรงเรียนจะรับผิดชอบยังไงคะ ตอนนี้น้องเราไม่ยอมไปรร. โรงเรียนประถมแห่งหนึ่งในหล่มเก่าจังหวัดเพชรบูรณ์”

โดยแม่ของเด็ก เปิดเผยว่า ครูคนดังกล่าวได้ติดต่อมา พร้อมมอบกระเช้า ขอโทษแล้ว และยอมรับว่าพูดจริง เพราะโมโห ซึ่งตนไม่เข้าใจว่าเป็นครูถึงมาพูดแบบนี้กับเด็ก แล้วลูกก็ไม่กล้าที่จะไปโรงเรียน เพราะกลัวเพื่อนล้อ ทั้งๆ ที่ไม่ได้พูด และกลัวที่ต้องไปเจอครูคนดังกล่าว เพราะเป็นครูประจำชั้นด้วย

ส่วนกรณีเพื่อนไปฟ้องครูนั้น ตนเองไม่ได้รู้สึกโกรธแต่อย่างใด เพราะบางทีเด็กอาจจะได้ยินผิดไป แต่ครูเองต้องมีการจัดการในรูปแบบอื่นที่ดีกว่านี้ คำพูดของครูมันแรงเกินกว่าที่เด็กจะรับได้ ประกอบกับลูกสาวเป็นโรคลมชัก เกี่ยวกับภาวะทางสมอง ถ้าได้รับการกระทบกระเทือนมาก จะเข้าสู่ภาวะซึมเศร้า ซึ่งทางครอบครัวก็ทำการรักษาอยู่ ส่วนกรณีที่ครูฟังความข้างเดียว ไม่ฟังเหตุผลของลูกสาว ตนมองว่า อาจจะอากาศร้อน และพอครูได้ยินมาแบบนี้เลยปรี๊ดขึ้นมา

affaliate-2

ด้าน ผู้อำนวยการโรงเรียน ได้ชี้แจงผ่านโทรศัพท์ ระบุว่าเรื่องนี้ตนเองไม่มีปัญหาอะไร แต่กลัวความรู้สึกของเด็กมากกว่า ทางโรงเรียนเองก็ได้ตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงเรื่องดังกล่าวแล้ว นอกจากนี้ทางฝ่ายบริหาร และคณะครู ก็ได้เดินทางไปขอโทษกับทางผู้ปกครองของเด็ก และมีการปรับความเข้าใจกันแล้ว

affaliate-2

affaliate-2

error: Content is protected !!